BroadChain รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ลาร์รี ฟิงค์ (Larry Fink) ซีอีโอของแบล็กร็อก (BlackRock) เปิดเผยว่า การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Asset Tokenization) มีศักยภาพที่จะพลิกโฉมกระบวนการลงทุน โดยจะทำให้การลงทุนง่ายดายจนผู้ใช้สามารถดำเนินการผ่านสมาร์ทโฟนได้สะดวกสบายไม่ต่างจากการชำระเงินในชีวิตประจำวัน
ฟิงค์ระบุในจดหมายประจำปีของเขาว่า ขณะนี้ประชากรครึ่งหนึ่งของโลกใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallets) อยู่แล้ว หากกระเป๋าเงินเหล่านี้สามารถผนวกฟังก์ชันการลงทุนเข้าไปได้ ผู้ใช้ก็จะสามารถจัดสรรพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายและบริหารจัดการการลงทุนระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เขามีความเชื่อว่า การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนจะสามารถปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินผ่านบล็อกเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกสินทรัพย์ การซื้อขาย ไปจนถึงการเข้าถึง
การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน หมายถึง การนำสินทรัพย์ดั้งเดิม เช่น หุ้น พันธบัตร และอสังหาริมทรัพย์ มาสร้างเป็นตัวแทนดิจิทัลบนบล็อกเชน ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเปิดทางให้กับการลงทุนแบบแบ่งส่วน (Fractional Investment) ฟิงค์เคยเน้นย้ำว่า เทคโนโลยีนี้จะช่วยลดข้อจำกัดในการลงทุนและขยายฐานผู้ลงทุนให้กว้างขึ้น
ในขณะที่สถาบันการเงินดั้งเดิมต่างเร่งศึกษาการประยุกต์ใช้บล็อกเชน หน่วยงานกำกับดูแลและฝ่ายนิติบัญญัติก็กำลังพิจารณาอย่างจริงจังถึงบทบาทที่การทำโทเคนอาจมีต่อโครงสร้างตลาดและกลไกการซื้อขาย
