BroadChain รายงานว่า OpenAI ปิดการระดมทุนรอบ Pre-IPO ใหม่แล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายน ด้วยเงินทุน 122,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีมูลค่าหลังการระดมทุน (post-money valuation) สูงถึง 852,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ผู้ลงทุนหลักประกอบด้วย Amazon จำนวน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, NVIDIA จำนวน 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ SoftBank ของญี่ปุ่นอีก 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดย Amazon มีข้อตกลงแบบ "bet" (betting agreement) ที่ต้องบรรลุเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งจากสองข้อ ได้แก่ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) หรือการบรรลุถึงปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) ส่วน NVIDIA และ SoftBank จะทยอยจ่ายเงินลงทุนตามช่วงเวลาที่กำหนด เช่น ในเดือนกรกฎาคมและตุลาคม เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีสถาบันการลงทุนอื่นๆ ร่วมลงทุนด้วย เช่น Andreessen Horowitz (a16z), BlackRock, Sequoia Capital, Temasek ของสิงคโปร์ และ Fidelity ซึ่งรวมกันลงทุนประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นับเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดรับ "นักลงทุนรายบุคคล" ผ่านช่องทางธนาคาร โดยสามารถระดมทุนได้ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
OpenAI ยังได้รับวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจากธนาคารต่างๆ เช่น JPMorgan Chase, Goldman Sachs และ Citibank เป็นจำนวนประมาณ 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ในด้านข้อมูลการดำเนินงาน OpenAI มีรายได้ประจำปีประ���าณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) มากกว่า 900 ล้านคน โดยรายได้จากภาคธุรกิจคิดเป็น 40% ของรายได้ทั้งหมด
Fundrise Innovation (NYSE: VCX) ซึ่งถือหุ้นส่วนตัว (private equity) ในบริษัทต่างๆ เช่น OpenAI, Anthropic และ SpaceX ได้ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงทันทีหลังมีข่าวการระดมทุนครั้งใหญ่ของ OpenAI โดยในช่วงเช้าราคาหุ้นลดลง 8% ก่อนจะพลิกผันขึ้นอย่างรวดเร็วและปิดตลาดที่เพิ่มขึ้นเกือบ 18% และหลังตลาดปิดยังปรับตัวขึ้นอีก 3.6% ส่งผลให้ผลตอบแทนสะสมโดยรวมเกิน 40% (ราคาต่อหน่วยปรับขึ้นจาก 95 เป็น 137)
OpenAI ระบุว่า วิธีที่เร็วที่สุดในการขยายประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์คือการนำ "ปัญญาที่ใช้งานได้จริง" (practical intelligence) ไปสู่ผู้คนโดยเร็วที่สุด และขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
เงินทุนก้อนนี้จะมอบทรัพยากรที่จำเป็นให้ OpenAI เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ไปสู่ระดับมาสซ์มาร์เก็ต (mass scale) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
