CLARITY立法预期与法币贬值叙事共振,比特币在中东冲突下逆势走强

การคาดการณ์กฎหมาย CLARITY ผสานกับแนวคิดการลดค่าของสกุลเงิน Fiat ส่งผลให้ Bitcoin แข็งค่าขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

BroadChainBroadChain04/03/2569
เนื้อหานี้แปลโดย AI
สรุป

แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์แบบดั้งเดิม แต่ Bitcoin กลับแข็งค่าขึ้นอย่างสวนท

BroadChain รายงานว่า วันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา CoinDesk เผยแพร่รายงานที่น่าสนใจ ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกสั่นคลอน บิตคอยน์ (BTC) กลับแสดงความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบหนึ่งเดือนและช่วยกระตุ้นตลาดคริปโตโดยรวมให้ฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ราคาบิตคอยน์ร่วงลงเกือบ 50% จากจุดสูงสุดประวัติการณ์ในเดือนตุลาคม 2025 และเคยเข้าสู่ภาวะ “ขายมากเกินไป (oversold)”

นับตั้งแต่ความขัดแย้งครั้งล่าสุดปะทุขึ้น สินทรัพย์แบบดั้งเดิม (traditional assets) ร่วงหนัก ในขณะที่บิตคอยน์กลับทรงตัวได้ค่อนข้างดี สิ่งนี้ช่วยตอกย้ำ “เรื่องเล่าเชิงการหลบหนีความเสี่ยง (risk-off narrative)” ในระยะสั้นของบิตคอยน์ นักวิเคราะห์ตลาดมองว่า การฟื้นตัวในครั้งนี้มีแรงหนุนหลักจากสามปัจจัย:

1. แนวคิดเรื่อง “เงินเฟ้อของสกุลเงิน Fiat” กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มแรงกดดันต่องบประมาณระดับโลก ซึ่งอาจนำไปสู่ความคาดหวังว่านโยบายการเงินจะผ่อนคลายมากขึ้นและมีการขยายวงเงินขาดดุล สิ่งนี้เสริมความแข็งแกร่งให้ “เรื่องเล่าเกี่ยวกับเงินเฟ้อของสกุลเงิน Fiat” และกระตุ้นให้เงินทุนบางส่วนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล

2. สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลาย แม้สหรัฐฯ จะยังไม่แสดงท่าทีชัดเจน แต่ข่าวลือเกี่ยวกับการผ่อนคลายความตึงเครียดก็ช่วยสร้างความหวังให้ตลาดว่า “ความขัดแย้งอาจไม่ลุกลามจนควบคุมไม่ได้ในระยะยาว” ส่งผลดีต่ออารมณ์นักลงทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (risk assets)

3. ร่างกฎหมาย CLARITY ใกล้ได้รับการอนุมัติแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อกำหนดสถานะทางกฎหมายของสกุลเงินดิจิทัลแบบสเตเบิลคอยน์ (stablecoin) ให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดคริปโตโดยรวม